วันศุกร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อุบายเครื่องระงับเวร khaosod

อุบายเครื่องระงับเวร

ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต ป.ธ.๙)


ความโกรธเป็นเพียงอารมณ์เกิดขึ้นชั่ววูบเท่านั้น อาจเกิดขึ้นได้ ในการขัดใจกันแม้ด้วยเหตุเพียงเล็กน้อย ถ้าจะพยายามอดทนข่มไว้ดับความโกรธให้ได้ ด้วยขันติ เมตตา แล้วไซร้ ความโกรธก็ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะธรรมชาติของความโกรธ เป็นเพียงธรรม นามธรรม เกิดขึ้นแล้วดับไป ไม่มีตัวตน ไม่มีแก่นสาร เมื่อถูกอำนาจขันติเมตตาขัดขวางไว้ ความโกรธก็ไม่มีอานุภาพสิ่งใดจะทำอันตรายใครได้ แต่ถ้าไม่อดทนข่มไว้ ความโกรธนี้ก็จะเป็นต้นเหตุแห่งความแตกความสามัคคี ทะเลาะวิวาท อาฆาต ล้างผลาญ ฆ่าฟันกันไม่สิ้นสุด ทำให้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ความโกรธทำให้คนเราต้องได้รับโทษทุกข์ภัยในปัจจุบัน เมื่อแตกกายทำลายขันธ์แล้วจะต้องไปเสวยทุกข์ในชาติหน้า เมื่อคนเราตกอยู่ในอำนาจความโกรธถูกความโกรธครอบงำแล้ว ก็ก่อเวรทำเวรล้างผลาญฆ่าฟันไม่เลือกหน้า ตราบใดที่คนเรายังประมาทปล่อยให้ความโกรธมีอำนาจเหนือความดีในจิตใจแล้ว ก็ต้องตกเป็นทาสของความโกรธ ทำบาปกรรมนำทุกข์มาให้ตัวเองและผู้อื่นนั้นตราบนั้น แต่การที่จะระงับดับความโกรธอันเป็นต้นเหตุแห่งการล้างผลาญเบียดเบียนกันนั้น จะต้องมาฝึกฝนอบรมใจให้มีความอดทนมีเมตตากรุณาในผู้อื่น



นอกจากนี้ไม่มีทางอื่นที่จะเอาชนะความโกรธได้ สมดังพุทธภาษิตที่ตรัสสอนว่า พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ และว่า ในกาลไหนๆ เวรทั้งหลายในโลกนี้ ย่อมไม่ระงับด้วยการจองเวร แต่ย่อมระงับได้ด้วยการไม่จอง พระพุทธองค์ทรงสอนมิให้โกรธตอบต่อบุคคลผู้โกรธ ให้ระงับดับความโกรธ มิให้คิดจองเวรต่อกัน ทรงสอนให้ใช้ความอดทน อดกลั้นข่มความโกรธไว้ หรือพิจารณาให้เห็นโทษแห่งความโกรธ และความดีงามอันเกิดจากความอดทน ไม่ปล่อยให้ความโกรธมีอำนาจเหนือความอดทน อันความโกรธเปรียบเสมือนไฟ การที่จะดับไฟด้วยไฟหรือเอาเชื้อเพลิงใส่เข้าไปในนั้น ย่อมไม่อาจจะดับไฟได้ การดับไฟต้องใช้น้ำ หรือสิ่งซึ่งไฟไม่สามารถจะไหม้ได้



อนึ่ง การชำระล้างอันไม่สะอาดด้วยสิ่งสกปรกก็จะทำให้เกิดความสกปรกมากขึ้น จำต้องใช้น้ำอันสะอาดชำระล้าง ฉันใด การที่จะระงับดับเวรก็ต้องอาศัยการไม่คิดจองเวร ฉันนั้น อาศัยน้ำคือขันติและเมตตา เป็นเครื่องชำระล้างจึงจะสามารถทำเวรให้สงบระงับได้ พระพุทธองค์ได้ทรงปฏิบัติให้ดูเป็นตัวอย่างและทรงสอนไว้แล้ว ถ้าเราไม่ยึดเอาหลักธรรมคำสอนอันถูกต้องแล้ว ผลเสียหายเกิดขึ้นในภายหลังจะแก้ไขอย่างไรได้ บุคคลผู้มีสติปัญญาทั้งหลาย ไม่ควรประมาท ให้ตั้งอยู่ในความดี มีความอดทน เมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย หมั่นเจริญเมตตา



พระพุทธองค์ตรัสอานิสงส์แห่งการเจริญเมตตาไว้ว่า มากกว่าการบำเพ็ญบุญกิริยาวัตถุทุกอย่างเพราะเมตตาก่อให้เกิดความสุข เป็นเหตุแห่งความสามัคคีปรองดองกัน การสงเคราะห์ช่วยเหลือกันในรูปแบบต่างๆ ก็ด้วยเมตตาจิตเป็นเหตุ ดังคำที่ว่า เมตตาค้ำจุนโลก คือช่วยอุดหนุนเกื้อกูล ผู้ที่มีทุกข์ แบ่งเบาขจัดปัดเป่าความทุกข์ของเพื่อนมนุษย์ให้หมดไป เมื่อคนเรานิยมเจริญเมตตา กรุณา ปรานีี ใช้ความดี เป็นสื่อมนุษยสัมพันธ์ ก็จะก่อให้เกิด ความสงบสุขปลอดภัยรักใคร่ปรองดองในสังคมนั้น คนมีเมตตากรุณาก็ย่อมมีความอดทน เมื่อมีความอดทน ก็สามารถตัดมูลรากแห่งความโกรธความริษยาให้หมดไปได้ เวรภัยก็สงบระงับไปด้วยขันติและเมตตา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น