วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา khaosod

อาสาฬหบูชา-เข้าพรรษา

ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.com


วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระสงฆ์ ที่พูดเช่นนี้เพราะเป็นวันเกิดขึ้นของพระสงฆ์นั่นเอง ในปีนี้ตรงกับวันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม



หลังจากพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวันเพ็ญเดือน 6 คือวันวิสาขบูชา แล้ว ทรงใช้เวลาทบทวนสัจธรรม และทรงคำนึงว่า ธรรมะที่พระองค์ตรัสรู้นี้ลึกซึ้งมาก ยากที่ผู้อื่นจะรู้ตามได้ แต่อาศัยพระกรุณาธิคุณ จึงทรงพิจารณาแบ่งบุคคลออกเป็น 4 ประเภท เปรียบเทียบกับบัว 4 เหล่า คือ



1.บัวที่บานแล้ว คือ คนที่สอนนิดเดียวก็เข้าใจ



2.บัวที่กำลังปริ่มน้ำจะบานจะโผล่ขึ้นมา คือ คนที่สอนกันครั้งหรือสองครั้ง



3.บัวที่อยู่ใต้น้ำ คือ คนที่ต้องสอนหลายครั้งหลายหน และต้องอาศัยการกระตุ้นเตือน



4.บัวที่จมอยู่ใต้โคลน คือ คนที่สอนเท่าไรก็ไม่รู้เรื่อง พยายามจะโต้แย้ง เถียงตลอดเวลา



ทรงระลึก อาฬารดาบส และ อุททกดาบส ว่า มีกิเลสเบาบางสามารถตรัสรู้ได้ทันที แต่ท่านทั้ง 2 ได้ตายแล้ว จึงทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ ได้เสด็จไปแสดงพระธรรมเทศนากัณฑ์แรกแก่ปัญจ วัคคีย์ คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และ อัสสชิ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผู้อุปฐากเมื่อครั้งยังทรงบำเพ็ญทุกรกิริยาอยู่ พระธรรม ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงในครั้งนี้ ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตนสูตร มี อริยสัจ คือความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ ได้แก่ ทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์ นิโรธ ความ ดับทุกข์ และ มรรค ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์



หลังจากแสดงธรรมแล้ว โกณฑัญญะ บรรลุโสดาบัน ได้กราบทูลขอบวชและพระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาต เป็นสาวกองค์แรกของพระพุทธเจ้า และเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในพระพุทธศาสนา



ดังนั้นวันอาสาฬหบูชาจึงนับเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา และในวันนี้ก็ปรากฏเหตุการณ์สำคัญๆ ถึง 4 ประการ ด้วยกัน คือ เป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐม เทศนา, เป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงได้ปฐมสาวก, เป็นวันแรกที่พระสงฆ์เกิดขึ้นในโลก, เป็นวันแรกที่บังเกิดรัตนะครบสาม เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์



วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งในพุทธศาสนา ถัดจากวันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดช่วงฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น



แม้การเข้าพรรษาจะเป็นเรื่องของพระภิกษุ แต่พุทธศาสนิกชนก็ถือเป็นโอกาสดี ที่จะได้ทำบุญ รักษาศีล และชำระจิตใจให้ผ่องใส



ก่อนวันเข้าพรรษา นิยมไปช่วยพระทำความสะอาดวัด พอถึงวันเข้าพรรษาก็จะไปร่วมทำบุญตักบาตร ถวายเครื่องบูชา ดอกไม้ ธูปเทียน พร้อมฟังเทศน์ และรักษาศีล



บางคนอาจตั้งใจงดเว้นอบายมุขต่างๆ เป็นกรณีพิเศษ เช่น งดดื่มสุรา พ่อแม่บางท่านจัดพิธีอุปสมบทให้บุตรหลานของตน โดยถือว่าการบวชเรียนและอยู่จำพรรษาจะได้รับอานิสงส์มาก



นอกจากนี้ ยังมีประเพณีสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย คือ การหล่อเทียนพรรษา ที่กระทำกันเมื่อใกล้ถึงวันเข้าพรรษา จัดเป็นกุศลทานอย่างหนึ่ง เชื่อว่าในการให้ทานด้วยแสงสว่างจะมีอานิสงส์เพิ่มพูนปัญญา หูตาสว่างไสว



เทียนพรรษา เมื่อหล่อเสร็จแล้วจะมีการแห่รอบพระอุโบสถ 3 รอบ แล้วนำไปจุดบูชาพระตลอดเวลา 3 เดือน ในปีนี้วันเข้าพรรษาตรงกับวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม

วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อวดอุตริมนุสธรรม khaosod

อวดอุตริมนุสธรรม

คอลัมน์ คอลัมน์ที่13



ข้อมูลในวิกิพีเดีย ระบุว่า อุตริมนุสธรรม หรือ อุตริมนุษยธรรม หมายถึงธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ หรือ ธรรมของมนุษย์ผู้ยวดยิ่ง ได้แก่ คุณวิเศษซึ่งมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมีหรือเป็นได้ มิใช่วิสัยของมนุษย์ทั่วไป แต่เป็นวิสัยของผู้บรรลุธรรมขั้นสูงแล้ว ประกอบด้วย 

1.ฌาน หมายถึง การเพ่งอารมณ์ตามกฎแห่งการเจริญกรรมฐาน ประกอบด้วย ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน 

2.วิโมกข์ หมายถึง สภาพที่จิตพ้นจากกิเลสและ อาสวะทั้งปวง ประกอบด้วย สุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ 

3.สมาธิ หมายถึง ความตั้งมั่นแห่งจิต ประกอบด้วย สุญญตสมาธิ อนิมิตตสมาธิ และอัปปณิหิตสมาธิ 

4.สมาบัติ หมายถึง การเข้าถึงฌาน หรือการบรรลุฌาน ประกอบด้วย สุญญตสมาบัติ อนิมิตตสมาบัติ อัปปณิหิตสมาบัติ 

5.ญาณ หมายถึง ความรู้ คือ ปรีชาหยั่งรู้ ปรีชากำหนดรู้จากการบำเพ็ญวิปัสสนา ได้แก่ วิชชา 3 

6.การทำมรรคให้เกิด ประกอบด้วย สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8

7.การทำให้แจ้งซึ่งผล ประกอบด้วย การทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล การทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล การทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล และการทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล 

8.การละกิเลส ประกอบด้วย การละราคะ การละโทสะ การละโมหะ 

9.ความเปิดจิต ประกอบด้วย ความเปิดจิตจากราคะ ความเปิดจิตจากโทสะ ความเปิดจิตจากโมหะ 

10.ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่า ประกอบด้วย ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยปฐมฌาน ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยทุติยฌาน ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยตติยฌาน ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยจตุตถฌาน

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) อธิบายไว้ในหนังสือ "เหตุและผลของการอวดอุตริมนุษยธรรม (ทำไมพระพุทธเจ้าจึงห้ามอวดอุตริมนุษยธรรม)" ว่าพุทธบัญญัติห้ามไม่ให้ภิกษุอวดอุตริมนุษยธรรม หรือการบรรลุธรรมอย่างสูงที่เกินปกติของมนุษย์สามัญ เช่น สมาธิ ฌาน สมาบัติ มรรคผล ถ้าพระสงฆ์อวดโดยที่ตนไม่มีคุณวิเศษนั้นจริง ถือเป็นการหลอกลวง ย่อมต้องอาบัติปาราชิก คือขาดจากความเป็นภิกษุ 

แต่ถึงแม้จะบรรลุคุณวิเศษนั้นจริง หากพูดอวด หรือบอกกล่าวแก่ชาวบ้าน หรือผู้อื่นใดที่ไม่ใช่ภิกษุ หรือภิกษุณีก็ไม่พ้นเป็นความผิด แต่เบาลงมาเป็นอาบัติปาจิตตีย์