วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อวดอุตริมนุสธรรม khaosod

อวดอุตริมนุสธรรม

คอลัมน์ คอลัมน์ที่13



ข้อมูลในวิกิพีเดีย ระบุว่า อุตริมนุสธรรม หรือ อุตริมนุษยธรรม หมายถึงธรรมอันยวดยิ่งของมนุษย์ หรือ ธรรมของมนุษย์ผู้ยวดยิ่ง ได้แก่ คุณวิเศษซึ่งมนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมีหรือเป็นได้ มิใช่วิสัยของมนุษย์ทั่วไป แต่เป็นวิสัยของผู้บรรลุธรรมขั้นสูงแล้ว ประกอบด้วย 

1.ฌาน หมายถึง การเพ่งอารมณ์ตามกฎแห่งการเจริญกรรมฐาน ประกอบด้วย ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน 

2.วิโมกข์ หมายถึง สภาพที่จิตพ้นจากกิเลสและ อาสวะทั้งปวง ประกอบด้วย สุญญตวิโมกข์ อนิมิตตวิโมกข์ และอัปปณิหิตวิโมกข์ 

3.สมาธิ หมายถึง ความตั้งมั่นแห่งจิต ประกอบด้วย สุญญตสมาธิ อนิมิตตสมาธิ และอัปปณิหิตสมาธิ 

4.สมาบัติ หมายถึง การเข้าถึงฌาน หรือการบรรลุฌาน ประกอบด้วย สุญญตสมาบัติ อนิมิตตสมาบัติ อัปปณิหิตสมาบัติ 

5.ญาณ หมายถึง ความรู้ คือ ปรีชาหยั่งรู้ ปรีชากำหนดรู้จากการบำเพ็ญวิปัสสนา ได้แก่ วิชชา 3 

6.การทำมรรคให้เกิด ประกอบด้วย สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8

7.การทำให้แจ้งซึ่งผล ประกอบด้วย การทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล การทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล การทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล และการทำให้แจ้งซึ่งอรหัตตผล 

8.การละกิเลส ประกอบด้วย การละราคะ การละโทสะ การละโมหะ 

9.ความเปิดจิต ประกอบด้วย ความเปิดจิตจากราคะ ความเปิดจิตจากโทสะ ความเปิดจิตจากโมหะ 

10.ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่า ประกอบด้วย ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยปฐมฌาน ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยทุติยฌาน ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยตติยฌาน ความยินดียิ่งในเรือนอันว่างเปล่าด้วยจตุตถฌาน

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) อธิบายไว้ในหนังสือ "เหตุและผลของการอวดอุตริมนุษยธรรม (ทำไมพระพุทธเจ้าจึงห้ามอวดอุตริมนุษยธรรม)" ว่าพุทธบัญญัติห้ามไม่ให้ภิกษุอวดอุตริมนุษยธรรม หรือการบรรลุธรรมอย่างสูงที่เกินปกติของมนุษย์สามัญ เช่น สมาธิ ฌาน สมาบัติ มรรคผล ถ้าพระสงฆ์อวดโดยที่ตนไม่มีคุณวิเศษนั้นจริง ถือเป็นการหลอกลวง ย่อมต้องอาบัติปาราชิก คือขาดจากความเป็นภิกษุ 

แต่ถึงแม้จะบรรลุคุณวิเศษนั้นจริง หากพูดอวด หรือบอกกล่าวแก่ชาวบ้าน หรือผู้อื่นใดที่ไม่ใช่ภิกษุ หรือภิกษุณีก็ไม่พ้นเป็นความผิด แต่เบาลงมาเป็นอาบัติปาจิตตีย์ 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น