วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

สงกรานต์-เสริมราศี khoasod


สงกรานต์-เสริมราศี

ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์(โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.๙) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร


เศรษฐีคนหนึ่งไม่มีลูกชาย ปลูกบ้านอยู่ใกล้กับนักเลงสุราซึ่งมีบุตรสองคน วันหนึ่ง นักเลงสุรากล่าวดูถูกเศรษฐี เศรษฐีถามว่าเหตุใดจึงหมิ่นประมาทเราผู้มีสมบัติมาก นักเลงสุราจึงตอบว่า ถึงท่านมีสมบัติมากแต่ไม่มีบุตร ตายแล้วสมบัติจะสูญเปล่า เรามีบุตรจึงดีกว่าท่าน 

เศรษฐีรู้สึกละอายจึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้มีบุตร พระอินทร์จึงให้ธรรมบาลเทพบุตรลงมาปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี เมื่อคลอดแล้วจึงตั้งชื่อว่าธรรมบาลกุมาร 

กุมารเจริญเติบโต เรียนรู้ภาษานกและเรียนจบไตรเพท ในขณะนั้น มนุษย์โลกนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหม กบิลพรหมจึงลงมาถามปัญหาธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ ให้เวลา 7 วัน โดยสัญญาว่า ถ้าตอบปัญหาได้ จะตัดศีรษะตนเองบูชา ถ้าตอบไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมาร ปัญหาสามข้อ คือ 1.เวลาเช้า ราศีอยู่ที่ไหน 2.เวลากลางวัน ราศีอยู่ที่ไหน 3.เวลากลางคืน ราศีอยู่ที่ไหน

เวลาผ่านไป 6 วัน ธรรมบาลกุมาร คิดคำตอบไม่ออก คิดว่าพรุ่งนี้จะต้องตาย จึงไปนอนอยู่ใต้ต้นตาล ซึ่งมีนกอินทรีสองผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาล ถึงเวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามนกตัวผู้ว่าพรุ่งนี้จะได้อาหารจากไหน นกตัวผู้บอกว่าไม่ต้องไปหาไกลหรอก พรุ่งนี้ธรรมบาลกุมารจะถูกตัดศีรษะเพราะตอบปัญหาไม่ได้ นางนกถามว่าปัญหาคืออะไร นกตัวผู้จึงบอกว่าปัญหาถามว่าเวลาเช้าราศีอยู่ที่ไหน เวลาเที่ยงราศีอยู่ที่ไหน เวลาค่ำราศีอยู่ที่ไหน นางนกถามว่าจะตอบปัญหาอย่างไร นกตัวผู้ตอบปัญหาอย่างแจ่มแจ้ง ธรรมบาลกุมารได้ยินดังนั้นก็ดีใจ วันรุ่งขึ้น ท้าวกบิลพรหมมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมาร จึงตอบว่า 

เวลาเช้า ราศีอยู่ที่หน้า ผู้คนจึงต้องล้างหน้า คติธรรมคือต้องพูดจาดี ไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดหยาบคาย ไม่พูดเพ้อเจ้อ จึงมีสง่าราศี มีคนนิยมรักใคร่นับถือ

เวลาเที่ยง ราศีอยู่ที่อก ผู้คนจึงนำเครื่องหอมประพรมที่อก คติธรรมคือควรมีน้ำใจเมตตากรุณาต่อกัน มีใจหนักแน่นอดทน

เวลาค่ำ ราศีอยู่ที่เท้า ผู้คนจึงนิยมล้างเท้าก่อนเข้านอน คติธรรมคือทุกคนต้องชำระกายให้สะอาด ด้วยการไม่ทำร้ายใคร ไม่เบียดเบียนทรัพย์สมบัติและชีวิตใคร

ท้าวกบิลพรหมจึงเรียกเทพธิดาทั้งเจ็ดมาแล้วบอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาร ศีรษะของเราถ้าตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟจะไหม้ทั่วโลก ถ้าทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนจะแล้ง ถ้าทิ้งในมหาสมุทร น้ำจะแห้ง จึงให้เทพธิดานำพานมารองรับแล้วแห่ทำประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ ครั้นครบถึงกำหนด 365 วัน เทพธิดาจึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี 

โลกมนุษย์จะสงบร่มเย็น ไม่เดือดร้อนวุ่นวาย ต้องอาศัยพรหมวิหารธรรม ซึ่งเป็นหลักธรรมประจำใจของผู้ใหญ่ 4 ประการคือ

1.เมตตา ความรัก ความปรารถนาดี อยากให้ผู้อื่นมีความสุข 2.กรุณา ความสงสาร คิดช่วยให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ 

3.มุทิตา ความพลอยยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดีมีสุข มีความเจริญงอกงามยิ่งขึ้น 

4.อุเบกขา ความวางเฉย วางใจเป็นกลาง ไม่ดีใจเสียใจเมื่อ ผู้อื่นถึงความวิบัติ

วันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2555

วาทะกูรูผู้ยิ่งใหญ่"พิชัย วาสนาส่ง" from matichon

"พอคนเป็น"น้ำล้นแก้ว" หนังสือก็ไม่อยากอ่าน ฟังใครคุยก็หมั่นไส้เขา ดูรายการอะไรต่าง ๆ ก็นึกในมุมอื่นหมด ไม่เป็นมุมในการรับแล้ว คือ มีทัศนคติต่อต้านเสียแล้ว เพราะน้ำมันล้นแก้ว"


"ประชาชนต้องไม่หูเบา ต้องดูมรรค 8 ให้เป็นฐาน ถ้าหากไม่ใช้มรรคตัดสินก็ไม่รู้ว่าใครมีมิจฉาทิฐิ หรือสัมมาทิฐิ สัมมาสังกัปปะ หรือมิจฉาสังกัปปะ สัมมาอาชีวะ หรือมิจฉาอาชีวะ ก็มีคู่กัน"


"บ้านเมืองถึงยุ่ง เพราะสัมมาทิฐิกับสัมมาสังกัปปะไม่มี เอาวิชามาเป็นเครื่องในการหากินเอาเปรียบคนอื่นเขาสังคมเดี๋ยวนี้ไม่ได้ดูว่าใครดีใครชั่ว แต่เชื่อการชักจูงจากคนที่เขามาพูดให้เราฟังว่าคนนั้นดีอย่างนี้ คนนี้ดีอย่างนั้น ใครพูดที่มีลอจิกดีก็เชื่อว่าเป็นไปตามที่เขาบอก"

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2555

ประโยชน์ในภายหน้า khaosod


ประโยชน์ในภายหน้า

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร www.watdevaraj.com


ธรรมะที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในเบื้องหน้าหมายถึง ธรรมะที่เป็นไปเพื่อความเกื้อกูล และเพื่อความสุขในภายหน้าคือ เป็นธรรมะสนับสนุนผู้ปฏิบัติให้เกิดความสุขกายสุขใจ ไม่ต้องกังวลถึงผลที่จะเกิดในอนาคต เพราะในปัจจุบันได้สร้างกรรมดีแล้ว เป็นหลักธรรมอันอำนวยประโยชน์สุขชั้นสูงขึ้นไป เรียกว่า เป็นจุดหมายขั้นเลยตาเห็น หรือประโยชน์เบื้องหน้า ประกอบด้วยธรรมะ 4 ประการคือ

1. ความถึงพร้อมด้วยศรัทธา เชื่อสิ่งที่ควรเชื่อ เช่น เชื่อว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เป็นต้น หมายถึง ความอบอุ่นซาบซึ้งใจด้วยศรัทธา มีหลักใจ เชื่อมั่นในพระปัญญา ความตรัสรู้เองโดยชอบของพระพุทธเจ้า ตลอดถึงการมีความเชื่อมั่นอย่างมีเหตุผล เชื่อในสิ่งหรือบุคคลที่ควรเชื่อ 

ผู้มีศรัทธาตั้งมั่นแล้วย่อมมีจิตใจมั่นคงเด็ดเดี่ยว สามารถใช้เป็นสะพานคือบำเพ็ญกุศลธรรมอื่นๆ นำพาชีวิตเดินไปสู่จุดมุ่งหมายต่อไปได้อย่างมั่นคง

2. ความถึงพร้อมด้วยศีล รักษากายวาจาเรียบร้อยดี ไม่มีโทษ หมายถึง ความภูมิใจในชีวิตสะอาดบริสุทธิ์ ที่ได้ประพฤติแต่การสุจริตดีงาม ปราศจากโทษ โดยงดเว้นจากความชั่วทางกายและวาจาด้วยการรักษาศีล 5 หรือ ศีล 8 เป็นต้น 

บุคคลผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมมีกายและวาจาสะอาด เหมือนกับได้ทำการปัดกวาดความสกปรกออกจากตัวเพื่อไว้รองรับกุศลธรรม หรือคุณความดีอื่นๆ ที่จะบำเพ็ญในคราวต่อไปได้อย่างมั่นใจ

3. ความถึงพร้อมด้วยการบริจาคทาน เฉลี่ยสุขให้แก่ผู้อื่น หมายถึง ความมีจิตปราศจากความตระหนี่ ยินดีในการเสียสละหรือการจำแนกแจกทาน โดยมีความอบอุ่นใจในชีวิต มีคุณค่าที่ได้เสียสละบำเพ็ญประโยชน์ แบ่งปันความสุขให้แก่ผู้อื่น เช่น รู้จักให้โดยรู้ว่าของสิ่งนี้เมื่อให้แล้วจะมีประโยชน์ต่อคนผู้นี้ เป็นต้น

4. ความถึงพร้อมด้วยปัญญา ความรู้จักบาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ เป็นต้น หมายถึง ความแกล้วกล้ามั่นใจด้วยมีปัญญาที่จะแก้ปัญหานำพาชีวิตไปสู่จุดหมายได้อย่างถูกต้อง เพราะมีความรู้จัก บาป บุญ คุณ โทษ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ เช่น รู้ว่าสิ่งนี้เป็นบาป ควรละเว้น สิ่งนี้เป็นบุญ ควรบำเพ็ญ ตลอดจนมีความรู้ว่ากิเลสเป็นเหตุให้ทำอกุศลกรรมต่างๆ เป็นต้น

ธรรมะทั้ง 4 ประการนี้ ท่านว่าถ้าชายและหญิงที่เป็นคู่ชีวิตกันนำมาประพฤติปฏิบัติร่วมกันในชีวิตประจำวัน เรียกว่า ธรรมะที่เป็นเหตุให้สามีภรรยาพบกันทุกชาติ ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในอังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาตว่า "ถ้าภรรยาและสามีทั้งสองหวังจะพบกันและกันทั้งในชาตินี้และชาติหน้า ทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ พึงเป็นผู้มีศรัทธาเสมอกัน มีศีลเสมอกัน มีจาคะเสมอกัน มีปัญญาเสมอกัน ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ก็จะได้พบกันและกันทั้งในชาตินี้และ ชาติหน้า"

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

ประโยชน์ในปัจจุบัน khaosod

ประโยชน์ในปัจจุบัน

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร / www.watdevaraj.com


ธรรมะที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน หมายถึง ธรรมะที่นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันแล้วสามารถอำนวยประโยชน์สำหรับการตั้งตัวได้ในชีวิตนี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ คือ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ หรือความมั่งคั่งร่ำรวยด้วยโภคทรัพย์ ซึ่งนับเป็นความปรารถนาของมนุษย์คือ

1.ความถึงพร้อมด้วยความหมั่น มีความหมั่นในการประกอบกิจเครื่องเลี้ยงชีวิต การศึกษาเล่าเรียน การทำธุระหน้าที่ของตน หมายถึง มีความขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ประกอบอาชีพสุจริต มีความชำนาญ รู้จักใช้ปัญญาสอดส่องตรวจตราหาอุบายวิธี สามารถจัดดำเนินการให้ได้ผลดี

เมื่อมีความขยันหมั่นเพียร ย่อมเจริญก้าวหน้าคือ หาทรัพย์ได้ไม่ฝืดเคือง ความขยันหมั่นเพียรจึงเป็นหลักสำคัญที่ทำให้คนเราได้รับประโยชน์สุขในปัจจุบัน

2.ถึงพร้อมด้วยการรักษา รักษาทรัพย์ที่แสวงหามาได้ด้วยความหมั่นไม่ให้เป็นอันตราย รักษางานของตนไม่ให้เสื่อมเสียไป หมายถึง การรู้จักคุ้มครองเก็บรักษาทรัพย์และผลงานที่ตนได้ทำไว้ด้วยความขยันหมั่นเพียรโดยชอบธรรม ไม่ให้เป็นอันตรายหรือสูญหายโดยมิใช่เหตุ รักษาการงานของตนไม่ให้เสียหาย รวมถึงการรักษาคือทรงจำศิลปวิทยาการที่ศึกษามาดีแล้วไม่ให้เสื่อม

ในการรักษาทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความหมั่นเพียรนั้น ต้องรู้จักการใช้จ่าย โดยปฏิบัติตามหลักของการใช้จ่ายทรัพย์ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในสิงคาลกสูตรว่า "หนึ่งส่วนใช้เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว ดูแลคนเกี่ยวข้อง และทำประโยชน์ สองส่วนใช้เป็นทุนประกอบกิจการอาชีพ อีกหนึ่งส่วนเก็บไว้เป็นหลักประกันชีวิตและในคราวจำเป็น"

3.ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว หมายถึง การคบคนดีเป็นมิตร รู้จักคบหาสมาคมกับคนดีที่มีคุณธรรมนำความรู้ ไม่คบไม่เอาอย่างผู้ประพฤติชั่วที่จะชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย 

การเลือกคบคนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะคบคนเช่นใดย่อมเป็นคนเช่นนั้น ผู้มีปัญญาเมื่อหาทรัพย์และเก็บรักษาทรัพย์ไว้ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากการคบหามิตรชั่ว เลือกคบหาสนิทชิดใกล้กับกัลยาณมิตร ดังที่ท่านกล่าวเป็นคติเตือนใจให้รู้จักคบคนไว้ว่า "ห่างสุนัขให้ห่างศอก ห่างวอกให้ห่างวา ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์"

4.ความเลี้ยงชีวิตเหมาะสม เลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ ไม่ให้ฝืดเคือง ไม่ให้ฟุ่มเฟือย หมายถึง การเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ โดยมีความเป็นอยู่เหมาะสม รู้จักกำหนดรายได้และรายจ่ายเลี้ยงชีวิตแต่พอดี ไม่ให้รายได้เหนือรายจ่ายโดยใช้จ่ายทรัพย์ตามควรแก่ฐานะ เหมือนกับนกน้อยที่ทำรังแต่พอตัว ไม่ใช้จ่ายทรัพย์ให้เกินฐานะ หรือจัดทำงบประมาณขาดดุล เช่น เห็นเขามีรถยนต์ ตนเองยังยากจนอยู่หรือมีฐานะไม่ค่อยดี ก็อยากมีเหมือนเขา ถึงกับไปกู้หนี้ยืมสินเขามาซื้อหรือผ่อนส่งเป็นเวลายาวนาน ซึ่งตรงกับคำพังเพยที่ว่า "เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง"

ธรรมะ 4 ประการนี้ หากนำไปปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน ก็จะได้รับผลของการปฏิบัติทันตาเห็นในปัจจุบัน กล่าวคือมีงานมีทรัพย์จากอาชีพสุจริต พึ่งตนได้ในทางเศรษฐกิจ มีครอบครัวผาสุก ตลอดถึงการมีสุขภาพดีอีกด้วย