วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2555

ประโยชน์ในปัจจุบัน khaosod

ประโยชน์ในปัจจุบัน

คอลัมน์ ธรรมะวันหยุด
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดเทวราชกุญชรวรวิหาร / www.watdevaraj.com


ธรรมะที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ในปัจจุบัน หมายถึง ธรรมะที่นำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันแล้วสามารถอำนวยประโยชน์สำหรับการตั้งตัวได้ในชีวิตนี้ เพื่อให้ได้รับประโยชน์ คือ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ หรือความมั่งคั่งร่ำรวยด้วยโภคทรัพย์ ซึ่งนับเป็นความปรารถนาของมนุษย์คือ

1.ความถึงพร้อมด้วยความหมั่น มีความหมั่นในการประกอบกิจเครื่องเลี้ยงชีวิต การศึกษาเล่าเรียน การทำธุระหน้าที่ของตน หมายถึง มีความขยันหมั่นเพียรในการปฏิบัติหน้าที่การงาน ประกอบอาชีพสุจริต มีความชำนาญ รู้จักใช้ปัญญาสอดส่องตรวจตราหาอุบายวิธี สามารถจัดดำเนินการให้ได้ผลดี

เมื่อมีความขยันหมั่นเพียร ย่อมเจริญก้าวหน้าคือ หาทรัพย์ได้ไม่ฝืดเคือง ความขยันหมั่นเพียรจึงเป็นหลักสำคัญที่ทำให้คนเราได้รับประโยชน์สุขในปัจจุบัน

2.ถึงพร้อมด้วยการรักษา รักษาทรัพย์ที่แสวงหามาได้ด้วยความหมั่นไม่ให้เป็นอันตราย รักษางานของตนไม่ให้เสื่อมเสียไป หมายถึง การรู้จักคุ้มครองเก็บรักษาทรัพย์และผลงานที่ตนได้ทำไว้ด้วยความขยันหมั่นเพียรโดยชอบธรรม ไม่ให้เป็นอันตรายหรือสูญหายโดยมิใช่เหตุ รักษาการงานของตนไม่ให้เสียหาย รวมถึงการรักษาคือทรงจำศิลปวิทยาการที่ศึกษามาดีแล้วไม่ให้เสื่อม

ในการรักษาทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความหมั่นเพียรนั้น ต้องรู้จักการใช้จ่าย โดยปฏิบัติตามหลักของการใช้จ่ายทรัพย์ที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในสิงคาลกสูตรว่า "หนึ่งส่วนใช้เลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัว ดูแลคนเกี่ยวข้อง และทำประโยชน์ สองส่วนใช้เป็นทุนประกอบกิจการอาชีพ อีกหนึ่งส่วนเก็บไว้เป็นหลักประกันชีวิตและในคราวจำเป็น"

3.ความมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว หมายถึง การคบคนดีเป็นมิตร รู้จักคบหาสมาคมกับคนดีที่มีคุณธรรมนำความรู้ ไม่คบไม่เอาอย่างผู้ประพฤติชั่วที่จะชักจูงไปในทางเสื่อมเสีย 

การเลือกคบคนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะคบคนเช่นใดย่อมเป็นคนเช่นนั้น ผู้มีปัญญาเมื่อหาทรัพย์และเก็บรักษาทรัพย์ไว้ได้ จึงควรหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากการคบหามิตรชั่ว เลือกคบหาสนิทชิดใกล้กับกัลยาณมิตร ดังที่ท่านกล่าวเป็นคติเตือนใจให้รู้จักคบคนไว้ว่า "ห่างสุนัขให้ห่างศอก ห่างวอกให้ห่างวา ห่างพาลาให้ห่างหมื่นโยชน์แสนโยชน์"

4.ความเลี้ยงชีวิตเหมาะสม เลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ ไม่ให้ฝืดเคือง ไม่ให้ฟุ่มเฟือย หมายถึง การเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ โดยมีความเป็นอยู่เหมาะสม รู้จักกำหนดรายได้และรายจ่ายเลี้ยงชีวิตแต่พอดี ไม่ให้รายได้เหนือรายจ่ายโดยใช้จ่ายทรัพย์ตามควรแก่ฐานะ เหมือนกับนกน้อยที่ทำรังแต่พอตัว ไม่ใช้จ่ายทรัพย์ให้เกินฐานะ หรือจัดทำงบประมาณขาดดุล เช่น เห็นเขามีรถยนต์ ตนเองยังยากจนอยู่หรือมีฐานะไม่ค่อยดี ก็อยากมีเหมือนเขา ถึงกับไปกู้หนี้ยืมสินเขามาซื้อหรือผ่อนส่งเป็นเวลายาวนาน ซึ่งตรงกับคำพังเพยที่ว่า "เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง"

ธรรมะ 4 ประการนี้ หากนำไปปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน ก็จะได้รับผลของการปฏิบัติทันตาเห็นในปัจจุบัน กล่าวคือมีงานมีทรัพย์จากอาชีพสุจริต พึ่งตนได้ในทางเศรษฐกิจ มีครอบครัวผาสุก ตลอดถึงการมีสุขภาพดีอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น